หน้าแรก กฎหมายจากข่าว รวบหนุ่มแสบ อ้างเป็น"พ.ต.ท."ลวง นิติกรสาวแต่งงานหลอกเงินสูญหลายแสน
รวบหนุ่มแสบ อ้างเป็น"พ.ต.ท."ลวง นิติกรสาวแต่งงานหลอกเงินสูญหลายแสน

พ.ต.ทพ.ต.ท.สามารถ บุญตันสา รอง ผกก.สส.สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ได้นำ หมายศาล ของ ศาลจังหวัดเชียงใหม่ เลขที่ จ 145/2554 ลงวันที่ 28 มีนาคม 2554 จับกุมตัว นายชัชพล อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 88 ซอยหมู่บ้านเขาตะเกียบ ต.หนองแก อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในข้อหา ฉ้อโกง ลักทรัพย์ โดย ใช้บัตรอีเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ แต่งเครื่องแบบเครื่องหมายยศโดยไม่มีสิทธิ์ มีวิทยุสื่อสารไว้ในความครองครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต จากนั้น นำตัวมา สอบสวนและคุมขัง ที่ สภ.ช้างเผือก เพื่อดำเนินคดี ตามกฎหมาย

การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจาก ก่อนหน้านี้ น.ส.นุ่น (นามสมมติ) ซึ่ง เป็นอดีตว่าที่เจ้าสาวของ นายชัชพล ทำงานในตำแหน่งนิติกร ประจำศาลจังหวัดฝาง เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.สมยศ วังเวียง พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ว่า ได้ถูก นายชัชพล แอบนำ บัตรเอทีเอ็ม ไปกดเงินหลายครั้ง สูญเงินไปหลายหมื่นบาท จึงเข้าแจ้งความ เพื่อให้ตำรวจดำเนินคดีเพิ่มเติม หลังจากก่อนหน้านี้ นายชัชพล ถูกศาลจังหวัดพระประแดง ตัดสิน จำคุก ในข้อหา แจ้งความเท็จ และ แอบอ้างเป็นเจ้าพนักงานโดยไม่มีสิทธิ์ และ ฉ้อโกง ทรัพย์ แต่ นายชัชพล ประกันตัวออกมาสู้คดี ในชั้น อุทธรณ์
น.ส.นุ่น ระบุ เมื่อปี 2553 ที่ผ่านมา เจอกับ นายชัชพล โดยบังเอิญ นายชัชพล ทำทีเข้ามาพูดคุย และ อ้างว่าเป็น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยศ พ.ต.ท. มาสืบราชการลับในพื้นที่ หลังจากนั้น นายชัชพล แวะเวียนมาจีบเป็นประจำ และ ทุกครั้งที่มา จะแต่งเครื่องแบบตำรวจ พกปืน วิทยุสื่อสาร มาตลอด จนหลงเชื่อว่า เป็นตำรวจจริง หลังคบหากันได้ระยะหนึ่ง นายชัชพล ได้ขอแต่งงาน โดยกำหนดวันแต่งงาน คือวันที่ 19 มีนาคม 2554 ที่โรงแรมแม่น้ำ ย่านถนนเจริญกรุง กรุงเทพฯ มีการออกการ์ดเชิญ แขกผู้หลักผู้ใหญ่ไปเป็นจำนวนมาก ต่อมา วันที่ 17 มีนาคม นายชัชพล ได้เข้ามาขอ ยืมเงิน บิดามารดาของตนเองไปจำนวน 3 แสนบาท โดยอ้างว่า จะเป็นนำไปจ่ายเป็น ค่าจองโรงแรม ที่ใช้สำหรับจัดงานก่อน และ จะกลับไปเอาเงินที่บ้านพี่สาว ที่จังหวัดสมุทรปราการ มาคืนให้ภายหลัง
ต่อมา เมื่อใกล้ถึงกำหนดวันงาน คือ วันที่ 19 มีนาคม นายชัชพล ได้พา น.ส.นุ่น เดินทางไปที่ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ระหว่างทาง ได้แวะที่ร้านอาหาร จากนั้น นายชัชพล ให้ น.ส. นุ่น นั่งรอ ส่วนตัวเอง ขอตัวออกไปข้างนอก แต่พอ นายชัชพล กลับมาที่ร้าน ด้วยหน้าตา เหมือน คนถูกซ้อม มีแผลที่ศีรษะ และ บอกกับ น.ส.นุ่น ว่า เงินค่าสินสอด จำนวน 1.5 ล้านบาท และ ทองรูปพรรณอีก 10 บาท ที่เตรียมไว้ในพิธีแต่งงาน ถูกโจร ปล้น ไปแล้ว
น.ส.นุ่น จึงรีบพา นายชัชพล ไปแจ้งความต่อ พ.ต.ท.วิชัย ยุติธรรม สารวัตรเวร สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ แต่หลังแจ้งความ เจ้าหน้าที่ตำรวจพระประแดง ได้สอบปากคำ นายชัชพล อย่างละเอียดนานกว่า 3 ชั่วโมง ในที่สุด นายชัชพล ยอมสารภาพว่า กุเรื่องทั้งหมดขึ้นมา ทั้งเรื่อง แอบอ้างปลอมเป็นตำรวจ เพื่อจีบ น.ส.นุ่น ส่วนเงินที่ยืมบิดามารดาไป ก็เอาไปใช้จนหมดแล้ว เมื่อถึงกำหนดวันแต่งงาน ไม่มีสินสอดทองหมั้น และ เงินจ่ายค่าจัดเลี้ยง ที่ โรงแรม จึงกุเรื่องว่า ถูกโจรปล้นชิงเงินค่าสินสอดไปจนหมด เพื่อหวังให้ น.ส.นุ่นเชื่อ และ ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้
อย่างไรก็ตาม หลัง น.ส.นุ่น กลับไปตรวจสอบที่ห้องพักอีกครั้ง และ ตรวจสอบยอดเงิน ในบัญชีธนาคาร ก็พบว่า เงินหายไปหลายหมื่นบาท จึงสัญนิษฐานว่า ถูกนายชัชพล ขโมย บัตรเอทีเอ็ม ไปกด จึงเข้าแจ้งความ ต่อ พนักงานสอบสวน สภ.ช้างเผือก ดำเนินคดีอีกครั้ง ซึ่ง ต่อมา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ช้างเผือก ได้ขอ ศาล ออกหมายจับ และ ไปจับกุมตัว นายชัชพล มาดำเนินคดี เพิ่มอีกข้อหาหนึ่ง

Nation Breaking News

 
 

ราคาน้ำมันวันนี้

อุณหภูมิวันนี้